PVC วัสดุพอลิเมอร์กับการใช้งานที่ไร้ขีดจำกัดในอุตสาหกรรมยุคใหม่
Polyvinyl Chloride หรือ PVC จัดเป็นหนึ่งในเทอร์โมพลาสติกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีความหลากหลายในการใช้งานมากที่สุดในโลก PVC ถูกค้นพบเป็นลำดับแรก ๆ และปัจจุบันเป็นพลาสติกสังเคราะห์ที่มีการผลิตอย่างแพร่หลายเป็นอันดับสามของโลก รองจากพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ด้วยปริมาณการผลิตทั่วโลกที่สูงถึงประมาณ 40 ล้านตันต่อปี ทำให้ PVC เป็นวัสดุพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและอุปกรณ์ทางการแพทย์เมื่อพูดถึง PVC ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักหยุดอยู่ที่ "ท่อประปาสีฟ้า" แต่ในความเป็นจริง PVC คือหนึ่งในพอลิเมอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติได้ ไม่ว่าจะให้แข็งแกร่งทนทาน หรือยืดหยุ่นอ่อนนุ่ม ทำให้ PVC เป็นวัสดุพื้นฐานสำคัญในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่งานก่อสร้าง การแพทย์ ยานยนต์ ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์
เบื้องหลังคุณสมบัติที่พร้อมอเนกประสงค์นี้คือนวัตกรรมการผลิตที่ก้าวล้ำ SCGC ผู้นำด้านธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน กำลังขับเคลื่อนสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นจริง บทความนี้จะพาไปสำรวจโลกของ PVC ที่เป็นไปได้ไกลกว่าที่คุณคิด ไปดูพร้อมกันว่านวัตกรรมจาก PVC จะช่วยตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้ขนาดไหน
มาเรียนรู้ความอเนกประสงค์และประเภทของ PVC
วัสดุตั้งต้นของ PVC จะถูกแบ่งตามกระบวนการแปรรูปหลัก ๆ ได้ 2 ประเภท ดังนี้1. PVC Resin
เป็นเม็ดพลาสติก PVC ที่ผลิตด้วยกระบวนการ Suspension Polymerization มีลักษณะเป็นผง (Powder) ถูกออกแบบมาเพื่อนำไปหลอมด้วยความร้อน (Melt Processing) ผ่านเครื่องจักร เช่น เครื่องอัดรีด (Extrusion) หรือเครื่องฉีด (Injection Molding) นอกจากนี้ PVC ยังมีหลากหลายเกรดตามคุณสมบัติและการใช้งานเฉพาะทาง โดยเกรดของ PVC Resin นี้แบ่งออกเป็น PVC เกรดทั่วไป ซึ่งเป็นเกรดมาตรฐานสำหรับใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่งานท่อ แผ่นไม้เทียม อุปกรณ์เครื่องเขียน ไปจนถึงสายไฟ และ PVC เกรดพิเศษ ที่ถูกพัฒนาคุณสมบัติให้ตอบโจทย์เฉพาะทางมากขึ้นตัวอย่าง PVC เกรดพิเศษ
o Medical grade: เกรดสำหรับการแพทย์ มีความบริสุทธิ์สูงมาก ใช้สำหรับงานทั้งแบบแข็ง (Rigid) เช่น อุปกรณ์การแพทย์แบบฉีดขึ้นรูปต่าง ๆ และแบบอ่อน (Soft) เช่น ถุงเลือด สายน้ำเกลือ สายสวนจมูกo CPVC: เป็นเรซินตั้งต้น (Base Resin) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อนำไปผลิตต่อเป็น CPVC (Chlorinated PVC) ซึ่งทนความร้อนได้สูงกว่า PVC ทั่วไป เหมาะสำหรับท่อน้ำร้อน
o Non-Bisphenol A: เกรดที่พัฒนาสูตรโดยไม่ใช้ Bisphenol A เป็นสารเติมแต่ง เพื่อความปลอดภัย เหมาะสำหรับงานบรรจุภัณฑ์ (Rigid Sheet Packaging) หรือกระเบื้องยาง (Floor Tile)
o PVC Copolymer: เป็น PVC ที่ผสม Vinyl Acetate ทำให้หลอมง่ายขึ้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า เหมาะสำหรับงานอย่างบัตรเครดิต หรือฟิล์ม
o Refine Appearance: เกรดที่เน้นความสวยงาม ให้ความใสสูง เหมาะสำหรับงานแผ่นฟิล์มใส (Flexible Sheet) หรือสายไฟที่ต้องการความสวยงาม
o High Flow: เกรดที่ไหลตัวได้ดีเยี่ยม ทำให้ผลิตได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับงานท่อ
2. PVC Paste Resin
เม็ดพลาสติก PVC ที่ผลิตด้วยกระบวนการ Emulsion Polymerization มีลักษณะเป็นผงละเอียดมาก โดยไม่ได้ออกแบบมาเพื่อนำไปหลอมโดยตรง แต่ใช้ผสมเป็นของเหลว (Liquid Processing) กับสารพลาสติไซเซอร์ (Plasticizer) ในอุณหภูมิห้อง เกิดเป็นของเหลวข้นคล้ายแป้งเปียกเรียกว่า Plastisol จากนั้นจึงนำไปผ่านกระบวนการเคลือบ (Coating) จุ่ม (Dipping) หรือฉีดพ่น (Spraying) แล้วให้ความร้อนเพื่อให้แข็งตัว แบ่งประเภทตามการใช้งาน ดังนี้· Technical Coating: เกรดสำหรับการเคลือบผิววัสดุต่าง ๆ เช่น ผ้าใบ (Tarpaulin) หนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) และสารเคลือบกันสนิมใต้ท้องรถยนต์ (Automotive Sealant)
· Special Rheology: เกรดพิเศษ (เช่น PR701) ที่มีคุณสมบัติการไหลแบบ Pseudoplastic คือจะข้นเมื่ออยู่นิ่ง ๆ แต่จะเหลวเมื่อถูกฉีดพ่น ทำให้เหมาะสำหรับงานพ่น (Spray Coating) อย่างการพ่นเคลือบใต้ท้องรถ ไม่ทำให้เกิดการย้อยหรือไหลตัวหลังพ่น
· Wallpaper Application: เกรดที่ออกแบบมาสำหรับทำวอลเปเปอร์ มีคุณสมบัติเด่นคือมีความสม่ำเสมอ และมีความขาวสูง
· Specialty PVC Foam: เกรดสำหรับทำชั้นโฟม (Foam Layer) ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น หนังสังเคราะห์ พื้นไวนิลแบบนุ่ม (Cushioned Vinyl Floor)
· High Clarity: เกรดที่ให้ความใสและเงาสูง เหมาะสำหรับใช้เคลือบชั้นผิวหน้า (Top Layer) ของพื้นไวนิล หรือผ้าใบที่ต้องการความใส
· High Strength: เกรดที่ให้ความแข็งแรงเชิงกลดีเยี่ยม เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความทนทานสูง เช่น ถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Gloves) หรือผ้าใบแรงดึงสูง (High Strength Tarpaulin)
SCGC ผู้นำนวัตกรรม PVC สู่โซลูชันเพื่อความยั่งยืน
ในฐานะผู้นำด้านพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจร SCGC ไม่ได้หยุดนิ่งแค่การผลิต PVC ทั่วไป แต่ได้ใช้จุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาระดับโลก เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงและพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Polymers)SCGC ได้พัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก PVC ให้มีคุณสมบัติเฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น
- กลุ่มการแพทย์ (Medical Series): พัฒนาเม็ดพลาสติก PVC ที่มีความบริสุทธิ์สูง ปลอดภัย ผ่านการทดสอบมาตรฐานสากล เพื่อใช้ผลิตถุงเลือด สายน้ำเกลือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อน
- กลุ่มยานยนต์และสารเคลือบ (Automotive & Coating): พัฒนา PVC Paste Resin สำหรับการเคลือบใต้ท้องรถยนต์ (Underbody Coating) เพื่อป้องกันสนิมและการกระแทก หรือใช้ผลิตหนังสังเคราะห์ที่ทนทานและให้ผิวสัมผัสที่หรูหรา
- กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (Packaging): พัฒนาเม็ดพลาสติก PVC ที่ปลอดภัย ไร้สาร Bisphenol A (Non-Bisphenol A) สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและยา
นอกจากนี้ SCGC ยังมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพตลอดทั้งซัปพลายเชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจจาก By-products ในกระบวนการผลิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน
การประยุกต์ใช้ PVC เพื่องานโครงสร้างพื้นฐาน
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการนำ Rigid PVC มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน คือ บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด (NPI) ภายในเครือ SCGC ซึ่งเป็นผู้ผลิตท่อชั้นนำในไทยและอาเซียนภายใต้แบรนด์ "ท่อตราช้าง SCG" และ "ตราช้าง NPI" โดยได้เปลี่ยนนวัตกรรม PVC ให้เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ- ระบบประปาและระบายน้ำ : "ท่อตราช้าง SCG" (สีฟ้า) ถูกใช้สำหรับระบบน้ำประปาและงานระบายน้ำ โดยอาศัยคุณสมบัติความทนทาน การทนต่อสารเคมี และการไม่เป็นสนิมของ PVC
- ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร : "ท่อตราช้าง NPI" (สีเหลือง และสีขาว) ถูกใช้เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ ซึ่งดึงคุณสมบัติเด่นของ PVC ในการเป็นฉนวนไฟฟ้า (Electrical Insulation) และการไม่ลามไฟ (Flame Retardant) มาใช้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- ระบบน้ำเพื่อการเกษตร : "ตราช้าง NPI" (สีเทา) ถูกออกแบบมาเพื่องานเกษตรกรรม ที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งานที่ยาวนาน
WINDSOR นวัตกรรม PVC เพื่อคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัย
แบรนด์ WINDSOR คืออีกหนึ่งความสำเร็จของนวพลาสติกในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (HVA) ให้กับ PVC จากประสบการณ์กว่า 55 ปี นำมาสู่การพัฒนาระบบประตูหน้าต่างไวนิลแบบพิเศษเฉพาะตัวที่มีคุณสมบัติ Ultimate Protection ช่วยให้บ้านกันเสียงรบกวน กันความร้อน กันน้ำรั่วซึม และกันฝุ่น PM2.5 ได้อีกด้วยเบื้องหลังผลิตภัณฑ์คุณภาพ คือนวัตกรรมการผลิตแบบ Pre-cut ที่ช่วยให้กระบวนการประกอบประตูหน้าต่างไม่มีเศษวัสดุเหลือทิ้ง (Zero Waste) ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ WINDSOR ก็ได้รับการรับรอง CFP และ CFR เป็นรายแรกในกลุ่มประตูหน้าต่างไวนิลเช่นกัน
การก้าวข้ามขีดจำกัดการรีไซเคิลของ PVC
แม้วัสดุ PVC จะสามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย แต่หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญคือการจัดการเมื่อกลายเป็นขยะที่รีไซเคิลได้ยาก ความท้าทายนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นเอกลักษณ์ของ PVC ซึ่งแตกต่างจากพอลิเมอร์ชนิดอื่น ๆ ที่มีสารประกอบไฮโดรคาร์บอน กล่าวคือมีแค่คาร์บอนและไฮโดรเจนเท่านั้น เมื่อโดนความร้อนก็จะหลอมเหลวได้ปกติ แต่ PVC (Polyvinyl Chloride) มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบในโมเลกุลถึง 56% เมื่อ PVC ได้รับความร้อนสูงในกระบวนการรีไซเคิล จะทำให้พันธะระหว่างคาร์บอน-คลอรีน (C-Cl) จะแตกตัวก่อนพันธะของสายโซ่หลัก (C-C) และคลอรีนก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบก๊าซกรดไฮโดรคลอริก (HCl) หรือกรดเกลือ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเครื่องจักรและเตาหลอมในโรงงานรีไซเคิลได้อีกทั้งการใช้งาน PVC แทบไม่เคยถูกใช้งานในรูปพอลิเมอร์บริสุทธิ์ต่างจากขวด PET และถุงพลาสติก PE
แต่มักจะถูกปรุงแต่งด้วยสารเติมแต่งจำนวนมากเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ สารเคมีดั้งเดิมเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนในกระบวนการรีไซเคิล ทำให้คุณภาพของพลาสติกรีไซเคิลที่ได้ลดลง และอาจไม่ปลอดภัยสำหรับนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
ล่าสุด SCGC ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการจับมือกับ 2 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ คือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ของไทย และสำนักงานนวัตกรรมอิสราเอล (IIA) รวมถึงบริษัท พลาสติกแบ๊ค (Plastic Back) จากอิสราเอล เพื่อผลักดัน "โครงการรีไซเคิลพลาสติกพีวีซีด้วยกระบวนการซูเปอร์ออกไซด์ (Superoxide Process)" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทย
เทคโนโลยีนี้สามารถรีไซเคิล PVC ใช้แล้วที่กำจัดได้ยาก ให้กลับมาเป็นน้ำมันแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีได้เกือบ 100% นับเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาขยะ PVC อย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทาง Low Waste, Low Carbon ช่วยลดการใช้วัตถุดิบจากฟอสซิล และเพิ่มสัดส่วนพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Polymer) ซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยี Advanced Recycling ที่ SCGC ดำเนินการอยู่
ตัวอย่างการรีไซเคิลสินค้า PVC ที่เกิดขึ้นจริง
ถุงน้ำยาล้างไตซึ่งเป็นพลาสติก PVC คุณภาพสูง และยังมีปริมาณที่ถูกทิ้งมหาศาลกว่า 1,740 ตันต่อปี โดยมักจบลงด้วยการฝังกลบกลายเป็นปัญหาขยะทางการแพทย์ SCGC จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหานี้ ในโครงการ ‘กระเบื้องพีวีซีรีไซเคิลจากถุงน้ำยาล้างไต’ โดยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบ Closed-Loop ที่สมบูรณ์แบบ ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่หลากหลาย ตั้งแต่การเริ่มให้ความรู้ผู้ป่วยในการทำความสะอาดถุงเพื่อสร้างวัตถุดิบที่ปลอดภัยส่งต่อให้ SCGC ใช้ความเชี่ยวชาญด้าน Green Polymer และเทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยนถุง PVC ใช้แล้วให้เป็นเม็ดพลาสติกพีวีซีรีไซเคิลคุณภาพสูง พร้อมส่งต่อเม็ดพลาสติกนี้ไปผลิตเป็น "กระเบื้องพีวีซีรีไซเคิล" คุณภาพมาตรฐานสากล (ISO, JIS, ASTM) ซึ่งสามารถทดแทน PVC ใหม่ได้ถึง 80% สุดท้ายทางโรงพยาบาล จะรับหน้าที่เป็นทั้งผู้คัดแยกขยะต้นทางและผู้ใช้งานปลายทาง โดยนำกระเบื้องรักษ์โลกนี้กลับไปติดตั้งในโรงพยาบาลเครือข่ายพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ (PRINC) สามารถผลิตกระเบื้องที่ใช้ทดแทน PVC ใหม่ได้ถึง 80% ถือเป็นต้นแบบการจัดการขยะ PVC ทางการแพทย์อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม (ข้อมูล ณ กันยายน 2568)จากท่อประปาสู่กรอบหน้าต่างที่ช่วยประหยัดพลังงาน และวันนี้กำลังก้าวไปสู่การรีไซเคิลกลับเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมี PVC ได้พิสูจน์แล้วว่าคือวัสดุแห่งอนาคตที่ปรับตัวได้ไม่สิ้นสุด ภายใต้นวัตกรรมและกระบวนการที่มุ่งเน้นความยั่งยืนอย่างจริงจัง จนทำให้ PVC กลายเป็นโซลูชันสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตของผู้คนและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลก