Close
|
> SUSTAINABILITY > THE LIFESAVER™ ผู้พิทักษ์ชีวิต ความห่วงใยที่ส่งต่อสู่ชุมชน

THE LIFESAVER™ ผู้พิทักษ์ชีวิต ความห่วงใยที่ส่งต่อสู่ชุมชน

Publish On 04, Jun 2019 | THE LIFESAVER™ ผู้พิทักษ์ชีวิต ความห่วงใยที่ส่งต่อสู่ชุมชน

ความปลอดภัย เป็นเรื่องจำเป็นขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรตระหนักไว้ในชีวิตประจำวัน  เพราะพฤติกรรมตามความเคยชินหรือความเพิกเฉยต่อเรื่องความปลอดภัยอาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาได้ โครงการ The LifesaverTM ผู้พิทักษ์ชีวิต จึงเกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนและส่งเสริมความปลอดภัยให้กับทุกคน ไม่เพียงแค่เฉพาะในเวลาทำงาน แต่เป็นตลอดเวลาที่ใช้ชีวิต และความสำเร็จของโครงการนี้ เกิดขึ้นจากการวางแผนการทำงานที่ดีระหว่าง ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และชุมชนเนินพยอม ชุมชนต้นแบบที่เข้มแข็งและร่วมใจทำให้ความปลอดภัยเกิดขึ้นจริงในการใช้ชีวิตทุกวัน

 

 

คุณสัญญา สายสมร ประธานชุมชนเนินพยอม (ซ้าย) และคุณสมชาย คชเดช ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี (ขวา )

 

บทสนทนาระหว่างคุณสมชาย คชเดช ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ ตัวแทนจาก ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และคุณสัญญา สายสมร ประธานชุมชนเนินพยอม เป็นเครื่องยืนยันความร่วมมือตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการเกือบ 2 ปี และความสำเร็จที่กำลังก้าวสู่การขยายความปลอดภัยให้ทั้งจังหวัดระยอง

 

 

โครงการ The LifesaverTM เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

คุณสมชาย : จริง ๆ โครงการนี้เริ่มต้นภายในองค์กร รณรงค์ส่งเสริมแก่พนักงานเอสซีจีก่อน บริษัทต้องการให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน พอภายในองค์กรเริ่มมีผลสำเร็จ เราจึงขยายความห่วงใยออกไปสู่ชุมชนรอบข้าง เพราะจังหวัดระยองในตอนนั้น ติดอันดับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ

 

คุณสัญญา : ชุมชนเนินพยอมเองก็ทำงานร่วมกับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี มานานตั้งแต่เรื่องวิสาหกิจชุมชน พอได้เริ่มต้นโครงการ The LifesaverTM ทางชุมชนก็มีการประชุมกันในกลุ่มคณะกรรมการทั้ง 9 คน และลูกบ้านทีมทำงานอีก 40 กว่าคน เพื่อดำเนินการให้ความร่วมมือกับทางโครงการอย่างเต็มที่

 

คุณสมชาย : เหตุผลที่บริษัทเลือกชุมชนเนินพยอมเป็นชุมชนต้นแบบนำร่อง เพราะเป็นชุมชนที่มีความพร้อมในเรื่องคณะทำงาน ตัวประธาน คณะกรรมการ และคนในชุมชนมีการติดต่อประสานงานกันได้อย่างราบรื่น และมีรูปแบบการทำงานที่เอาจริงเอาจัง จึงเริ่มต้นประสานงานกัน

 

 

 

 

ความปลอดภัยที่โครงการ The LifesaverTM ส่งเสริม มีเรื่องอะไรบ้าง และมีกระบวนการดำเนินงานอย่างไร

 

คุณสมชาย : ความปลอดภัยสำหรับชุมชนที่เราส่งเสริมจะเป็นเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตบนท้องถนน หลังจากพูดคุยตกลงกันเรียบร้อย เราก็มีการทำ MoU บันทึกข้อตกลงร่วมกับทางจังหวัดระยอง แล้วจัดการประชุมวางแผนร่วมกันว่า เราจะเดินกิจกรรมอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการลงมือแบบร่วมคิดร่วมทำ สื่อสารออกไปว่ากิจกรรมเราจะทำอะไร เพื่ออะไร จนเกิดเป็น 7 มาตรการหลักพิทักษ์ชีวิต ได้แก่ ดื่มไม่ขับ ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด พกใบขับขี่ และไม่ขับรถย้อนศร

 

คุณสัญญา : โครงการเริ่มด้วยการให้ความรู้ อบรมกฎจราจรเบื้องต้นโดย สภ.มาบตาพุด เชิญทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และร้านจำหน่ายจักรยานยนต์มาร่วมสอนเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย แล้วสำรวจข้อมูลในชุมชน หมู่บ้านทิวลิปมีทั้งหมด 288 หลังคาเรือน ประชากรทั้งหมดก็ประมาณพันกว่าคน แต่ละหลังมีรถหรือจักรยานยนต์ใช้กี่คัน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น จากนั้นทางเอสซีจีก็สนับสนุนหมวกกันน็อคให้ครัวเรือนละ 2 ใบ เป็นของเด็ก 1 ใบและผู้ใหญ่ 1 ใบ ทีนี้ก็จะอ้างไม่ได้แล้วว่าที่บ้านไม่มีหมวกกันน็อก

 

 

 

 

คุณสมชาย : ระหว่างนี้ก็มีการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัย สุ่มตรวจ และขอคำปรึกษาจากทางชาวบ้าน โดยร่วมกันลงมือสำรวจจุดเสี่ยงในเส้นทางที่มีการเข้าออกหมู่บ้านอย่างละเอียด เช่น มุมอับที่มีต้นไม้ยื่นมาบังสายตาตรงหัวโค้ง เราก็จะให้เทศบาลมาช่วยตัดให้ หรือตรงทางแยกหัวมุม ก็ติดกระจกโค้งเพื่อให้มองเห็นรถจากอีกทาง

 

คุณสัญญา : การทำงานของทางเอสซีจีทำให้พวกเราได้เรียนรู้กันเยอะมาก เพราะถ้าปกติทางพวกเราชุมชนเองอาจจะไม่ได้ละเอียดขนาดนั้น ซึ่งสิ่งที่เขาให้คือมาตรฐานการทำงานแบบองค์กรเพื่อพัฒนาคน จะมีแผนงาน มีการติดตามผลการดำเนินการ มีรูปแบบกระบวนการทำงานที่ชัดเจน ร่วมกันคิดร่วมกันทำงาน ผลที่เกิดขึ้นจึงเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน

 

 

ผลตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างไรบ้าง และผลการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางใด

 

คุณสัญญา : ชาวบ้านตื่นตัวอย่างชัดเจน เมื่อดูสถิติที่ผ่านมา จากครั้งแรกที่สวมหมวกกันน็อกกันแค่ 50% การสำรวจครั้งที่สองก็เพิ่มขึ้นเป็น 70% และเพิ่มขึ้นตลอด อย่างการสุ่มตรวจก็ให้ผลชัดเจนมาก จากบางคนที่บอกว่าไปแค่ใกล้ ๆ ไม่เห็นต้องสวมเลย แต่เราก็ย้ำเสมอว่า แม้ระยะทางแค่นี้ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้หากไม่ระวัง เขาก็จะเริ่มปรับเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนคนไม่ง่าย เราจึงค่อย ๆ ปลูกจิตสำนึกในพฤติกรรมการใช้ชีวิต

 

คุณสมชาย : เราใช้หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการนำทาง คือเราจะไม่คิดสำเร็จเพื่อไปบอกว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เวลาเราทำอะไรจะเชิญมาร่วมกันคิดตั้งแต่ครั้งแรก ตรงนี้เห็นด้วยไหม ไปสำรวจจุดเสี่ยงกันไหม มาช่วยกันคิดว่าจะแก้ไขอย่างไรดี เขาก็ยินดีจะมาร่วมทำงานกับเรา เน้นการมีส่วนร่วม ปรึกษาหารือกัน กำหนดเป้าหมายร่วมกัน ทำอย่างไรให้สำเร็จร่วมกัน จึงเป็นที่มาของการเดินหน้าของโครงการที่ได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี

 

 

 

 

เป้าหมายที่จะไปถึงในโครงการครั้งต่อไป

 

คุณสมชาย : ต้องให้มากกว่า 80% และจะขยายผลจากหมู่บ้านนำร่องไปสู่หมู่บ้านอื่น ๆ เพื่อให้ความห่วงใยขยายไปทั้งจังหวัดระยองให้ได้ ตอนนี้มีหมู่บ้านข้างเคียงเข้าร่วม คือหมู่บ้านเฟื่องฟ้าของชุมชนบ้านบน โดยปีนี้บริษัทกำลังดำเนินการร่วมกับทางจังหวัดระยอง โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองมอบหมายให้รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง จัดทำโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งวินัยจราจร 100% ทั้ง 16 สถานีตำรวจในระยอง

 

ในฐานะผู้นำชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ มีความรู้สึกอย่างไรกับโครงการ The LifesaverTM บ้าง

 

คุณสัญญา : โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก และผมตอบรับทันทีที่ทางเอสซีจีเข้ามาคุย ผมมองว่าเอสซีจีเป็นบริษัทที่ทำงานด้านนี้ประสบความสำเร็จได้ค่อนข้างสูง และไม่หยุดนิ่งกับการดูแลประชาชนในชุมชน แต่การจะเปลี่ยนคนก็ทำได้ยาก เราจึงพยายามสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังและวางแผนกันว่า ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนทุกคนรู้สึกว่าต้องรักษาชีวิตของตัวเอง และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ชุมชนต้องช่วยกัน

 

 

 

 

โครงการนี้สอนอะไรกับคนทำงานบ้าง

 

คุณสมชาย : เป็นเรื่องของการทำงานร่วมกันว่าเป็นสิ่งที่ต้องเน้น ต้องวางแผน ร่วมกันคิดร่วมกันทำตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าเราคิดเองทำเองแล้วไปบอกให้เขาทำตาม โอกาสสำเร็จจะน้อยกว่ามาก การทำงานร่วมกันและทำอย่างต่อเนื่อง จริงจัง จะเป็นตัวที่ช่วยสร้างจิตสำนึกให้คนเริ่มตระหนักถึงความปลอดภัย กฎหมายจราจรยังบังคับคนไม่ได้ เราจึงคิดว่าการสร้างจิตสำนึกให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเอง รู้จักห่วงใยตัวเองและคนในครอบครัว คอยเตือนกันเองจะยั่งยืนกว่า ผลสำเร็จก็ปรากฎชัดขึ้นทั้งในเชิงพฤติกรรมและสถิติ

 

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหล่อหลอมเกิดเป็นพฤติกรรมความปลอดภัยในชีวิตประจำวันล้วนส่งผลดีคืนกลับไปสู่ชุมชนผู้เข้าร่วมโครงการ เราทุกคนต่างก็มีบทบาทเป็น “ผู้พิทักษ์ชีวิต” ให้กับตนเองและคนรอบข้าง และเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่การสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีความสุขได้นั่นเอง

 

 

 

 

The LifesaverTM ผู้พิทักษ์ชีวิต 

โครงการรณรงค์เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กรของธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยการส่งเสริมความตระหนักถึงความปลอดภัยให้แก่พนักงาน เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของชีวิตและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นทั้งตนเองและคนรอบข้าง ให้ช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ช่วยกันสอดส่องดูแล เตือนกันด้วยความหวังดี แล้วความปลอดภัยของการใช้ชีวิตก็จะเกิดขึ้นจากความรับรู้และความเข้าใจ

 

 

 

 

ปี 2560 ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และชุมชนเนินพยอมเกิดเป็น โครงการมาตรการองค์กรในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระยอง ชุมชนเนินพยอม โดยนำร่องที่หมู่บ้านทิวลิป 7 มาตรการ ดังนี้

 

1. เมาไม่ขับ

2. ไม่ใช้มือถือขณะขับขี่

3. สวมหมวกกันน็อก

4. คาดเข็มขัดนิรภัย

5. ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

6. พกใบขับขี่

7. ไม่ขับรถย้อนศร

 

เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ปลูกจิตสำนึกรักความปลอดภัยให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมแบบยั่งยืน

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง