Close
|
> SUSTAINABILITY > แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศบ้านมาบจันทร์ : ต้นแบบคนรักษ์น้ำ ป่ารักคน ชุมชนยั่งยืน

แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศบ้านมาบจันทร์ : ต้นแบบคนรักษ์น้ำ ป่ารักคน ชุมชนยั่งยืน

Publish On 11, Apr 2018 | แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศบ้านมาบจันทร์ : ต้นแบบคนรักษ์น้ำ ป่ารักคน ชุมชนยั่งยืน

 

 

ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน ณ บริเวณรอบ “เขายายดา” จังหวัดระยอง ยังเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ยามแล้งไฟป่ามาเยือน เมื่อถึงคราวหน้าฝน แม้ฝนจะตกแต่ผืนดินก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ทั้งยังเกิดดินถล่มจนเซาะหน้าดินแทบไม่เหลือ จากความทุกข์ยากทั้งของตนเองและลูกบ้าน ทำให้ผู้ใหญ่วันดี อินทรพรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง คิดหาทางให้ป่ากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

   “หมู่บ้านเรามันแห้งแล้ง ถึงปีไฟก็ไหม้ เราเลยทำโครงการปลูกป่า เราได้แต่ปลูก แต่ไม่รู้ว่าจะทำให้ป่าสมบูรณ์ยังไง อยากทำฝายก็ทำไม่เป็น ทำฝายปูนมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ เลยกลับมาคิดใหม่ว่า พ่อหลวงบอกว่า ฝายชะลอน้ำไม่จำเป็นต้องเป็นฝายถาวร มันเป็นฝายที่พังทลายแล้วเราก็ทำขึ้นมาใหม่ได้”

 

   จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นพลังให้ผู้ใหญ่วันดีสู้ต่อ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งมีประสบการณ์สร้างฝายชะลอน้ำและโครงการรักษ์น้ำเพื่ออนาคต จังหวัด ลำปาง มาแล้ว

 

 

 

 

 

 

เอสซีจี เคมิคอลส์ เพื่อนผู้มาพร้อมประสบการณ์

 

   เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้เข้าไปให้คำปรึกษาและความร่วมมือกับชุมชนรอบเขายายดาในการสร้างฝายชะลอน้ำ นับถึงวันนี้ก็มีจำนวนกว่า 6,800 ฝาย ซึ่งคุณปาณฑรา สุธีระวงศา ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้ให้ข้อมูลว่า

 

 

 

 

 

 

   “เราเริ่มเข้ามาร่วมสร้างฝายกับชุมชนรอบเขายายดา ตั้งแต่ปี 2550 ตอนแรกมี 1-2 ชุมชน ต่อมาขยายเครือข่ายการสร้างฝายได้รอบเขายายดา 10 หมู่ ซึ่งหมู่ 7 บ้านมาบจันทร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ทำกันมาเรื่อย ๆ ชาวบ้านก็เริ่มเห็นผลว่าสร้างฝายแล้วฝนตกลงบนภูเขา จากเดิมที่ไม่มีฝายชะลอน้ำ ช่วงน้ำหลากน้ำก็ไหลหมดไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ พอหน้าแล้ง ต้นไม้ก็เปลี่ยนสี เหมือนป่าผลัดใบ ใบไม้แห้ง ป่าเหลือง เกิดไฟป่า แต่พอชุมชนเริ่มสร้างฝายกับเราตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2553 ชุมชนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงบนเขายายดา เพราะฝายที่เราสร้างต้องหมั่นดูแลและซ่อมแซม จึงทำให้ทุกครั้งที่ชุมชนเข้ามาตรวจสอบสภาพฝายจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของป่าที่กลับมาเขียวชอุ่ม และไม่มีไฟป่าเกิดขึ้นในฤดูแล้ง”

 

   สำหรับฝายชะลอน้ำนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยึดหลักพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องการทำ “ฝายแม้ว” ที่ห้วยฮ่องไคร้ โดยใช้วัสดุตามธรรมชาติไปขวางกั้นร่องน้ำเล็ก ๆ บนเขา เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ให้น้ำมีโอกาสซึมลงไปยังพื้น เหมือนดินเป็นฟองน้ำคอยซับน้ำ

 

   เขายายดาเป็นเขาที่มีหินเยอะ ดังนั้น วัสดุในการทำฝายจึงใช้หินเป็นหลัก และมีการเข้าไปทำฝาย รวมถึงซ่อมบำรุงปีละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ทำให้วันนี้ป่าเขายายดากลับมาคงคืนความอุดมสมบูรณ์ เป็นความหวังให้ชุมชนบ้านมาบจันทร์ประกอบสัมมาอาชีพด้วยวิถีพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมี     เอสซีจี เคมิคอลส์เป็นเพื่อนและพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

 

 

ต่อยอดความคิดพัฒนาชุมชน

 

   “เอสซีจี เคมิคอลส์ เข้ามาสนับสนุนเราไม่ใช่แค่เรื่องทำฝาย ปลูกป่า ตรงไหนที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ก็ช่วยเราปลูกป่า หาพันธุ์ไม้ เอาบุคลากรมาช่วย เข้ามาส่งเสริมเราตลอดเวลา ขอให้เราเอ่ยปากว่าเราต้องการอะไร ทำแล้วถ้าเกิดประโยชน์กับหมู่บ้าน ชุมชน เขาจะเข้ามาสนับสนุนทันที แม้กระทั่ง ผู้ใหญ่ประกวด ‘หมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข’ ระดับจังหวัด เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังเข้ามาช่วยทำป้ายบอกที่ตั้งของสถานที่ แหล่งท่องเที่ยว บอกที่ตั้งของจุดคุ้มต่าง ๆ ช่วยทำโบรชัวร์”

 

   นอกจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องการประกอบอาชีพ รวมถึงยังมีส่วนช่วยในการหาตลาดให้ชาวบ้านมีช่องทางการจัดจำหน่าย โดยบ้านมาบจันทร์มีบ้านเรือนประมาณ 240 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 400 คน ในหมู่บ้านจะจัดตั้งกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ หรือสร้างผลผลิตทางการเกษตรขึ้น

 

 

 

 

 

 

   การแบ่งกลุ่มจะแบ่งตาม “ซอย” ภายในหมู่บ้าน เรียกว่า ‘คุ้ม’ มีด้วยกัน 6 คุ้ม ได้แก่ คุ้มที่ 1 เห็ดฟางสร้างอาชีพ (กลุ่มเพาะเห็ดฟาง) คุ้มที่ 2 ผูกผ้า     ป่าสักรักสวย (กลุ่มพับจับจีบผ้าประดับตกแต่งสถานที่) คุ้มที่ 3 น้ำพริกสร้างสรรค์ มาบจันทร์หมู่ที่ 7 (กลุ่มทำน้ำพริก พริกแกงสำเร็จรูป) คุ้มที่ 4 ประดู่ในสามัคคี ปุ๋ยหมักเกษตรอินทรีย์ (กลุ่มทำปุ๋ยอินทรีย์) คุ้มที่ 5 ป่าชุมชนกะท้อนลาย (กลุ่มปลูกป่าชุมชน) และคุ้มที่ 6 กะปิสามหลัง (กลุ่มทำกะปิ)

 

   ผลิตภัณฑ์จากคุ้ม นอกจากจะขายกันเองในหมู่บ้าน ยังสามารถจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่วัดมาบจันทร์ กลุ่มอาสาสมัครร่วมทำฝาย พนักงานเอสซีจี เคมิคอลส์ จนถึงกลุ่มผู้มาศึกษาดูงาน เพราะวันนี้บ้านมาบจันทร์เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชุมชน ดังที่ผู้ใหญ่วันดีว่า

 

   “เอสซีจี เคมิคอลส์ สอนให้เรานำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปทำให้เกิดคุณค่า และนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต่าง ๆ ไปช่วยจำหน่าย ช่วยด้านการจัดการตลาดนัดชุมชน สอนให้พวกเรานำสินค้าในหมู่บ้านมาแปรรูป แม้กระทั่งกล้วยเครือเดียว เขาก็แนะนำให้เราเอามาขายนักท่องเที่ยว สอนให้เราปลูกพืชปลอดสาร เวลามีคนมาดูงาน เราทำชุดอาหารกลางวัน ก็ใช้กะปิ น้ำพริก พืชผักจากคุ้ม มาทำอาหาร เอสซีจี เคมิคอลส์ให้คำแนะนำทั้งหมด ซึ่งมันสร้างรายได้ สร้างความรู้ให้คนที่นี่อย่างยั่งยืน”

 

 

 

 

 

 

   เหล่านี้ล้วนสะท้อนเจตนารมณ์ของเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ต้องการช่วยชุมชนให้แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน แม้จุดเล็ก ๆ ของความสัมพันธ์จะเกิดจากฝายชะลอน้ำ แต่ถึงวันนี้ความสัมพันธ์นั้นก็เปรียบได้กับน้ำบนเขาที่ยังความสมบูรณ์ ฉ่ำเย็นไปทั้งหัวใจทั้งของเอสซีจี เคมิคอลส์และ
ชาวบ้านมาบจันทร์รวมถึงชุมชนโดยรอบเขายาดา

 

   “เขาเป็นพี่เลี้ยงให้เรา สอนให้เราเดินให้แข็ง ให้เก่ง อะไรที่เราอยากทำ เราอยากได้ ไม่มีที่เอสซีจี เคมิคอลส์ บอกว่า ทำไม่ได้ เขาแนะนำให้มีรายได้เสริม ทำให้เราได้เงินเอง อะไรที่เขาไม่รู้เขาก็ไปหาผู้รู้มาช่วยสอนเรา แต่ถ้าถึงวันนั้นที่เขาจะไปหรืออะไร ผู้ใหญ่มั่นใจว่า เราต้องยืนอยู่ได้ในระดับหนึ่ง”

 

 

แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศบ้านมาบจันทร์

 

บ้านมาบจันทร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้สนใจ และมีกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายชะลอน้ำเป็นประจำตลอดทั้งปี ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ทำให้บ้านมาบจันทร์ได้รับรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัลป่าชุมชนระดับจังหวัด โครงการคนรักษ์ป่า ป่าชุมชน พ.ศ. 2556 เป็นต้น สนใจเยี่ยมชมหรือศึกษาดูงาน ติดต่อได้ที่ ผู้ใหญ่วันดี อินทร์พรม โทรศัพท์ +66 8 9248-1204