เอสซีจี ร่วมกับ กปภ. นำร่องยกระดับมาตรฐานท่อประปาขนาดใหญ่ ด้วยนวัตกรรมพลาสติก PE112
Publish On 09, Apr 2019 | เอสซีจี ร่วมกับ กปภ. นำร่องยกระดับมาตรฐานท่อประปาขนาดใหญ่ ด้วยนวัตกรรมพลาสติก PE112
เอสซีจี ร่วมกับ กปภ. นำร่องยกระดับมาตรฐานท่อประปาขนาดใหญ่ ด้วยนวัตกรรมพลาสติก PE112 จากเอสซีจี รายแรกของโลก โดยส่งน้ำลอดใต้ทะเลสู่เกาะสมุยเป็นครั้งแรกในไทย ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยกระดับมาตรฐานการส่งน้ำประปาผ่านท่อขนาดใหญ่ลอดใต้ทะเลจาก อ. ขนอม จ. นครศรีธรรมราชไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร โดยได้นำ นวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE112 จากเอสซีจี รายแรกของโลกมาใช้ในการผลิตท่อส่งน้ำลอดใต้ทะเล ซึ่งให้คุณสมบัติพิเศษ คือ ทนแรงดันสูงขึ้นร้อยละ 10 เทียบกับเม็ดพลาสติก PE100 ที่ใช้ทั่วไปในตลาด จึงมั่นใจในคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัย สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ โครงการ “ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย” จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภคของชาวสมุย รวมทั้งสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า น้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภคบนเกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานีมักขาดแคลนในช่วงหน้าแล้ง กปภ. ตระหนักถึงความต้องการของประชาชน จึงจัดทำ“โครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย” เพื่ออำนวยความสะดวกด้านน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างทั่วถึง ในปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้แล้วเสร็จและเปิดจ่ายน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากพัฒนานวัตกรรมวัสดุสำหรับผลิตท่อส่งน้ำประปาของภาคธุรกิจ ซึ่ง กปภ. ได้เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง นวัตกรรมเม็ดพลาสติก PE112 จากเอสซีจี ที่มีความเหนียว แข็งแรง และทนต่อแรงดันใต้ทะเล สามารถเพิ่มเสถียรภาพในการวางท่อลอดใต้ทะเลได้ง่าย พิสูจน์ได้จากเหตุการณ์พายุโซนร้อนปาบึกเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่พายุไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อโครงการได้เลย นอกจากนี้ ท่อส่งน้ำยังสามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีกกว่า 64,000 คน ครอบคลุมพื้นที่จ่ายน้ำฝั่งสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก และบนอำเภอเกาะสมุย
นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ Vice President – Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่นวัตกรรมเม็ดพลาสติกของเอสซีจี ช่วยยกระดับมาตรฐานการส่งน้ำประปาผ่านท่อขนาดใหญ่ลอดใต้ทะเลได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ถือเป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับชาวสมุย รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะสมุยนี้อีกปีละกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง
นวัตกรรม SCG™ HDPE H112PC เม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนคอมพาวนด์สีดำ มาตรฐานระดับโลก คิดค้นและผลิตด้วยเทคโนโลยีของเอสซีจีที่ได้รับการจดสิทธิบัตร สามารถทนแรงดันได้สูงขึ้นร้อยละ 10 ด้วยวัสดุที่แข็งแรงกว่าเม็ดพลาสติก PE100 ที่ใช้ทั่วไปในตลาด ถือเป็นรายแรกของโลกที่สามารถทนแรงดันได้ในระดับนี้ จึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถ และความปลอดภัยให้กับโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งและซ่อมแซมทำให้ประชาชนบนเกาะสมุยมีน้ำสะอาดใช้อย่างทั่วถึง เอสซีจีจะมุ่งพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และพัฒนาความเจริญให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเอสซีจี พร้อมร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหาโซลูชั่นที่เหมาะสม และตอบโจทย์โครงการ อื่น ๆ ในอนาคต นายศักดิ์ชัยกล่าวทิ้งท้าย
สนใจอ่านข้อมูลสินค้า SCG™ HDPE H112PC เพิ่มเติม คลิก
ข้อมูลโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย
เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดของเกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี ในช่วงฤดูแล้งได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน กปภ.จึงได้ดำเนินการก่อสร้างระบบผลิตและวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ ไปยังเขตพื้นที่จ. สุราษฏร์ธานี ผ่าน อำเภอดอนสัก อำเภอขนอม จ. นครศรีธรรมราช และเดินท่อลอดใต้ทะเลไปยัง อำเภอเกาะสมุย งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะนี้ งานก่อสร้างวางท่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งสามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีก 64,000 ราย แยกเป็นพื้นที่จ่ายน้ำฝั่งสุราษฎร์ธานี 45,000 ราย ในอำเภอพุนพิน อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก และพื้นที่จ่ายน้ำบนอำเภอเกาะสมุย 18,900 ราย
สำหรับการศึกษาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น กปภ. ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ทำการศึกษาผลกระทบก่อนสิ่งแวดล้อมก่อนการดำเนินโครงการ ผลสำรวจแสดงว่าแนวท่อประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุยมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมากและไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดความเสียหาย โดยการดำเนินงานดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จก็จะสามารถขยายพื้นที่การให้บริการน้ำประปาแก่ 3 อำเภอของ จ. สุราษฎร์ธานี และอีก 1 อำเภอ ของ จ. นครศรีธรรมราช เพื่อรองรับจำนวนประชากร และนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ ยั่งยืนต่อไป