Close
|
> INTERVIEW > ศรีไทยซุปเปอร์แวร์…Where the ‘SUPER’ is

ศรีไทยซุปเปอร์แวร์…Where the ‘SUPER’ is

Publish On 30, Nov 2016 | ศรีไทยซุปเปอร์แวร์…Where the ‘SUPER’ is

  การดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากองค์กรนั้น ๆ มีนโยบายที่ชัดเจนและบริหารธุรกิจให้เป็นไปตามแนวทางที่วางไว้ ดังเช่น บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ที่สั่งสมชื่อเสียงและสร้างความแข็งแกร่งมาอย่างยาวนานจนก้าวมาถึงปีที่ 53 ได้อย่างภาคภูมิใจ ปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ 3 ประเภท คือ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนทำจากเมลามีน, ผลิตภัณฑ์พลาสติก และธุรกิจซื้อมาขายไป โดยส่งออกผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังต่างประเทศกว่า 110 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ แอฟริกาใต้ เป็นต้น และมีโรงงานผลิตสินค้าใน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน และอินเดีย โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าบรรลุยอดขาย 20,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า

 

 

   ปัจจัยที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง นอกจากการเป็นบริษัทมหาชนที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งในการสนับสนุนการขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง มีโรงงานผลิตสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายแล้ว คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) คีย์แมนคนสำคัญที่แม้วันนี้อยู่ในวัยที่คุณสนั่นออกตัวว่า “ผมทำงานที่ศรีไทยฯ มา 42 ปี ที่จริงควรจะเกษียณแล้ว แต่ยังสนุกกับงานและยังสามารถสร้างคนได้อีกมากมาย” กล่าวเพิ่มเติมถึงกลยุทธ์และปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

 

 

 

 

 

 

   “การที่บริษัทเราเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อย่างแรก สินค้าต้องมีคุณภาพ เราพัฒนารูปแบบสินค้าอย่างสม่ำเสมอ มีนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งคำว่าคุณภาพของศรีไทยคือ ทำอย่างไรจึงจะตอบสนองความต้องการ ความพอใจของลูกค้าได้  เราสร้าง Demand Chain ฝ่ายขายต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรบ้าง เช่น ผลิตภัณฑ์เมลามีนของเรา คนอายุ 40 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่รู้จักหมด แต่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักและไม่ค่อยใช้ซุปเปอร์แวร์ เราเลยต้องสร้างสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ขึ้นมายี่ห้อ Potter เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมี Supply Chain ด้วย นอกจากจะทำให้สินค้ามีคุณภาพแล้วยังสามารถแข่งขันเรื่องต้นทุนกับคู่แข่งได้ ไม่เฉพาะในไทยแต่ทั่วโลก และเรายังทำไปถึง Value Chain คือ เราสามารถทำสินค้าของเราครบวงจรตั้งแต่วัตถุดิบ ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ และเราต้องพยายามผลักดันสินค้าออกไปถึงผู้ใช้โดยตรง เรามีเอ้าท์เล็ทของเรา นอกเหนือไปจากการซื้อขายที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้า นี่คือสิ่งที่เราสร้าง”

 

   ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตสินค้าเมลามีน 100% ครบวงจร และเป็นโรงงานผลิตเมลามีน 100% ที่มีกำลังการผลิตที่สูงที่สุดในโลก สำหรับธุรกิจพลาสติกนั้น บริษัทฯ ใช้เทคโนโลยีการผลิตด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีสินค้าหลากหลายที่ตอบสนองความต้องการได้ครอบคลุมลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม หรือชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น

           

 

 

 

 

 

 

   ทั้งนี้ ผู้ที่จะขับเคลื่อนนโยบายและกลยุทธ์เหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ก็คือบุคลากร ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคน จัดหาบุคลากรที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญในด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ส่งเสริมให้มีบรรยากาศในการเรียนรู้ และรักษาบุคลากรที่ดีและภักดีต่อองค์กร

 

   “ศรีไทยฯ มุ่งเน้นเรื่องพัฒนาคน หรือ Human Capital อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ทำอย่างไรให้คนของเราเก่ง ต้องสร้างคนของเราให้พร้อมไปทำงานในต่างประเทศ ทุกครั้งที่เราไปลงทุน เราจะส่งคนที่เก่งที่สุดไปประจำอยู่ที่นั่นและพยายามจะใช้คนในท้องถิ่นให้รับงานให้มากที่สุดเท่าที่จะรับได้”

 

   หากพูดถึงการนำพาบริษัทฯ ออกไปสู่ตลาดโลกนั้น ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศตามที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่ามีการส่งออกสินค้าไปขายทุกภูมิภาคทั่วโลกและมีโรงงานผลิตสินค้าในต่างประเทศ โดยคุณสนั่นกล่าวว่าการก้าวไปสู่สากลต้องคิดก่อน ทำก่อน และก้าวไปก่อน

 

 

 

   “นอกจากเราจะมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งการผลิต การตลาดและตราสินค้าในเมืองไทยแล้ว เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วเราเริ่มส่งออกสินค้าเป็นรายแรก ๆ และยังไปลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน ทุกอย่างเราก้าวไปก่อน ผมอยากถือโอกาสนี้กล่าวกับผู้ประกอบการคนไทยว่า ต้องตื่นตัวที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ จะมุ่งผลิตแต่ในประเทศผมว่าตลาดมันมีข้อจำกัด ขณะเดียวกัน การแข่งขันในอุตสาหกรรมหลายประเภทที่คนไทยทำอยู่มันไม่เอื้อแล้ว สำหรับเรา สิ่งที่อยากจะทำเพื่อความยั่งยืนขององค์กร หนึ่งเราต้องเอาใจใส่เรื่องการวิจัยและพัฒนาสินค้า สองต้องตอกย้ำการสร้างแบรนด์โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV และแน่นอนเมื่อเราไปที่ประเทศไหน เราต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย สินค้าแต่ละตัวของเราจะมุ่งเน้น 3 Saves คือ Save Material ทำอย่างไรให้ใช้วัตถุดิบน้อยที่สุดแต่มีคุณสมบัติที่ใช้งานได้ Save Energy ใช้เครื่องจักรที่ประหยัดพลังงานได้มากที่สุด และ Save the World เรามุ่งรักษาโลกใบนี้ให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี”

 

            และปัจจัยสู่ความสำเร็จอีกขั้นเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งคือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งดุจเดียวกันเพื่อสนับสนุนด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ โดยคุณสนั่นยกตัวอย่างความร่วมมือกับ   เอสซีจี เคมิคอลส์ ในการพัฒนาวัตถุดิบทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ อีกทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ผ่านการทำงานร่วมกันมาตลอดหลายสิบปี ซึ่งคุณสนั่นกล่าวทิ้งท้ายไว้ดังนี้

 

   “เราทึ่งที่เอสซีจี เคมิคอลส์ มีการพัฒนาองค์กรที่เน้นเรื่องคน อันนี้ผมว่าเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ศรีไทยเรียนรู้ ผมคิดว่าเอสซีจี เคมิคอลส์ มีการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา มีนวัตกรรมคุณภาพสูง เมื่อมารวมกันเข้าเป็น Synergy ผมว่าเป็นสิ่งที่เราได้เปรียบกว่าคนอื่น ๆ แน่นอน”

 

 

 

 

 

 

   จากการสนทนาในครั้งนี้ทำให้เข้าใจอย่างแจ่มชัดว่าสิ่งที่ทำให้บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนานจนก้าวสู่การเป็นผู้นำและการเป็นที่สุด นั่นคือ การที่บริษัทเลือกมองไปข้างหน้าและไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สมดังวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ว่า “เป็นผู้ผลิตเมลามีนรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมฉีดพลาสติกในอาเซียน” นั่นเอง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง