Close
|
> INNOVATION > Automation อีกขั้นของนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Automation อีกขั้นของนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Publish On 15, Dec 2020 | Automation อีกขั้นของนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

 

 

   นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อราว 260 ปีที่แล้ว มนุษย์ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้กระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เราคิดหาหนทางที่จะผลิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น รวดเร็วขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และลดการใช้แรงงานมนุษย์ในส่วนที่มีความเสี่ยงกันมาโดยตลอด ปัจจุบันผู้ผลิตจำนวนมากจึงเลือกใช้นวัตกรรม Automation ซึ่งก็คือระบบที่เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่จะผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันให้พุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

 

Unmanned Stacker (ซ้าย) Automatic Barcode Sticking Machine (ขวา)

 

 

   การเข้ามาของ Automation ทำให้แต่ละโรงงานสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น ผลิตสินค้าได้คุณภาพสม่ำเสมอ สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนดเวลา เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มกำลังการผลิต และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานในโรงงานได้อย่างมีนัยสำคัญ Automation จึงตอบรับกับสถานการณ์การแข่งขันทางธุรกิจที่มากขึ้น จนกลายมาเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมแทบทุกประเภทในปัจจุบัน

 

 

Automated Guided Vehicle (AGV)

 

 

   นวอินเตอร์เทค เป็นตัวอย่างของบริษัทที่พัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญไปสู่นวัตกรรม Automation จากพื้นฐานทักษะการขึ้นรูป (Machining) ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Injection mold และ Extrusion Die ส่งให้กับบริษัทแม่อย่างนวพลาสติก รวมถึงการผลิตแม่พิมพ์ชนิดอื่น ๆ ให้แก่บริษัทภายนอก เช่น Forging Die, Pattern และ Core Box สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทั้ง Pulp mold และ Paper mold สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นวอินเตอร์เทคจึงได้พัฒนาไปสู่ Automation Business เพื่อรองรับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกเอสซีจี

 

 

 

 

   คุณสุทัศน์ สินซื่อสัตย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวอินเตอร์เทค จำกัด เล่าถึงแนวทางการทำงานของบริษัทว่า ที่ผ่านมานวอินเตอร์เทคดำเนินธุรกิจ Automation โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนที่คุ้มค่า (cost-effectiveness) การทำงานจะต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลกระบวนการผลิตในโรงงานนั้น ๆ อย่างละเอียดใกล้ชิด สำรวจความพร้อมในด้านต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่าแต่ละทางเลือกจะช่วยให้คุ้มค่ามากเพียงใด ภายในเวลาเท่าไร ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง และมองไปถึงการบำรุงรักษาในระยะยาวหลังการติดตั้งใช้งานอีกด้วย

 

“เวลาเราทำงาน เราเริ่มทดลองจากภายในโรงงานของเราเองก่อน ทุกครั้งที่ให้บริการ เราคิดว่าเราเองเป็นลูกค้าซึ่งต้องการสิ่งที่ดีที่สุด” คุณสุทัศน์กล่าวย้ำถึงจุดยืนอย่างหนักแน่น

 

   ในทุกครั้งการทำงานของนวอินเตอร์เทคจะมองครอบคลุมทั้งระบบ มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะจุด โดยจะมองภาพรวมที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดตั้งแต่ชิ้นส่วนเครื่องจักรไปจนถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยองค์ความรู้ที่ได้รับจากการทำงาน การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับหลากหลายอุตสาหกรรม มาพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

Profile Router (ซ้ายบน) Palletizer Robot (ขวาบน) Loading Robot (ซ้ายล่าง) Big Bag Stacker (ขวาล่าง)

 

 

   ที่ผ่านมานวอินเตอร์เทคได้พัฒนาสินค้าขึ้นเองเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น 3 Axis Robot หรือ หุ่นยนต์ 3 แกน สำหรับการนำชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์และตัดก้านฉีดอัตโนมัติ ทำให้เครื่องฉีดในระบบอุตสาหกรรม สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การผลิต 3 Axis Robot ได้เองนี้ทำให้มีราคาถูกลงกว่าการนำเข้าถึง 30-40% นอกจากนี้การใช้เซอร์โวมอเตอร์ (Servo Motor) มาปรับปรุงระบบไฮดรอลิกในเครื่องฉีด ทำให้ประหยัดพลังงานได้ 20-60% และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลา 2 – 3 ปี และการนำรถขนส่งอัตโนมัติ เช่น Automated Guided Vehicle (AGV) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าภายในโรงงาน ลดความผิดพลาดที่เกิดจากคน (Human Error) และลดการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อพนักงาน

 

   Automation นับเป็นอีกหนึ่งในโซลูชันที่จะมาเป็นพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรม มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยกับประเทศอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคแห่ง Industrial 4.0 อย่างเต็มรูปแบบต่อไป

 

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ Automation สินค้าและบริการของบริษัท นวอินเตอร์เทค ได้ที่ www.nawaintertech.com