Close
|
> INNOVATION > ฉีกกรอบโลกเมลามีน “ศิลา” สัมผัสแบบธรรมชาติ

ฉีกกรอบโลกเมลามีน “ศิลา” สัมผัสแบบธรรมชาติ

Publish On 30, Jun 2017 | ฉีกกรอบโลกเมลามีน “ศิลา” สัมผัสแบบธรรมชาติ

   หลายคนคงจะคุ้นหน้า คุ้นตากับจาน ชาม “เมลามีน” ที่มีสีสัน ลวดลายธรรมดา และผิวสัมผัสที่ไม่แตกต่างกับจานชามทั่วไป แต่ตอนนี้คงต้องแปลกใจกับนวัตกรรมใหม่ “เมลามีนศิลา” ซึ่งมีทั้ง รูปลักษณ์ ผิวสัมผัสคล้ายกับหินธรรมชาติ ด้วยน้ำหนัก และความทนทานซึ่งเป็นคุณสมบัติของเมลามีน โดยผู้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ของวงการเมลามีนโลก รังสรรค์ผลิตภัณฑ์โดย “บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นเจ้าแห่งผู้ผลิตเมลามีนรายใหญ่ที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้

 

 

 

            “เมลามีนศิลา” เกิดจากความสร้างสรรค์และร่วมมือกัน ระหว่าง ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และ เอสซีจี เคมิคอลส์ โดย ดร.ชัยชาญ เจริญสุข ผู้อำนวยการส่วนการตลาดต่างประเทศ Export Director บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ได้เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนา “เมลามีนศิลา” ไว้ว่า “เมื่อสองปีก่อนนั้น ศรีไทยฯ ได้มีแนวคิดว่าต้องการจะทำสินค้าเมลามีนของเราให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยให้มีความแตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ ที่คุ้นเคยกัน มีลักษณะคล้ายธรรมชาติมากขึ้น จึงทำให้คิดถึงผิวสัมผัสที่มีลักษณะเหมือนหิน ซึ่งตรงกับความต้องการของลูกค้าในต่างประเทศ และต้องการสิ่งที่เหมือนธรรมชาติ ดังนั้นเราจึงต้องมาปรับเปลี่ยนวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เพื่อให้มีความแตกต่าง จึงได้มอบโจทย์นี้ให้กับทีมงานของเอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ และการผลิต ให้ไปค้นคว้า และคิดค้นวัตถุดิบแบบใหม่ มานำเสนอ”

 

 

 

 

   ด้านคุณปัญญา เฉียบแหลม ผู้จัดการฝ่ายบริการด้านเทคนิค บริษัท ไทย เอ็มเอฟซี จำกัด ใน เอสซีจี เคมิคอลส์ เล่าว่า เมื่อได้รับโจทย์ที่ท้าทายมาจากศรีไทยฯ บริษัทจึงรีบระดมสมองทีมงานวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) และผู้มีประสบการณ์ด้านเมลามีน และฝ่ายผลิต เพื่อช่วยกันหาไอเดียและพัฒนาสินค้าใหม่นี้ไปพร้อม ๆ กัน

 

            “ความท้าทายของโจทย์นี้ก็คือ ลูกค้าต้องการเมลามีนที่มีลักษณะเหมือนหิน แต่เราไม่สามารถใช้หินได้ เพราะจะทำให้แม่พิมพ์เป็นรอย เราจึงต้องหาวัตถุดิบชนิดใหม่ที่ไม่ใช่หิน แต่ให้มีลักษณะและผิวสัมผัสเหมือนหิน หลังจากพัฒนากันหลายสูตรก็ประสบความสำเร็จในที่สุด”

 

 

 

 

 

 

 

            สอดคล้องกับ ดร.ชัยชาญ ที่ได้บอกว่า โครงการนี้มีความท้าทายตั้งแต่วินาทีแรก เพราะบริษัทฯ ต้องการเมลามีนในรูปแบบใหม่ สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องรู้สึก “ว้าว” ศรีไทยฯ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเมลามีนโลก และที่สำคัญ เมื่อมีไอเดียใหม่ ๆ แล้ว ต้องรีบปลุกปั้นไอเดียนั้นให้กลายเป็นความจริงให้เร็วที่สุด ต้องผลิตออกสู่ตลาดให้เร็ว และสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างดีอีกด้วย รวมถึงต้นทุนที่เหมาะสมเพื่อให้เราสามารถแข่งขันในตลาดได้

 

            “นอกจากสินค้าที่แปลกใหม่แล้ว ยังจะต้องมีคุณภาพผ่านมาตรฐานระดับสากลควบคู่กันไปด้วย เช่น มาตรฐานยุโรป ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจะต้องมีการทดสอบทั้งด้านกายภาพและด้านเคมีว่าไม่เป็นพิษ สามารถสัมผัสกับอาหารและเข้าเครื่องล้างจานได้” 

 

            ทั้งนี้ ผงเมลามีนที่นำมาผลิตภาชนะเมลามีนซึ่งมีผิวสัมผัสคล้ายศิลา หรือหิน นั้น ได้รับใบรับรองมาตรฐานการผลิตจาก Standard European Economic Community (EU 10/2011) สามารถสัมผัสกับอาหาร และเครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย

 

 

ดร.ชัยชาญ มองว่า โครงการเมลามีนศิลานี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Creation) ซึ่งก็คือ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง คือผู้ผลิตวัตถุดิบ จนถึงลูกค้า เป็นการร่วมมืออย่างดีเยี่ยมระหว่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การนำความต้องการของลูกค้ามาตั้งเป็นโจทย์ เพื่อพัฒนาและต่อยอดสินค้าที่มีความแตกต่าง สามารถผลิตเพื่อวางจำหน่ายได้จริง

 

            “ลูกค้าเป็นคนให้ข้อมูลทางการตลาด เช่น ลักษณะของสินค้า น้ำหนัก ราคาที่ต้องการ ส่วนบริษัท ศรีไทยฯ ของเรานั้น คร่ำหวอดและเชี่ยวชาญด้านเมลามีมาถึง 55 ปี ซึ่งเรามีความชำนาญในด้านการขึ้นรูปสินค้า และเอสซีจี เคมิคอลส์ นั้น เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบ มีความรู้และทักษะด้านนี้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็ว เพราะมีความเข้าใจตลาดที่มีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

 

 

 

 

            สำหรับความร่วมมือกันผลิตผลิตภัณฑ์เมลามีนศิลาในครั้งนี้ ผู้บริหารของศรีไทยฯ มองว่า บริษัทฯ ได้ประโยชน์มากหมายหลายด้าน เช่น การสร้างตลาดใหม่ ซึ่งก็คือตลาดในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง หรือที่เราเรียกว่า กลุ่ม HORECA ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องการสินค้าที่มีความแปลกใหม่ และเมลามีนศิลาของเราเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ และในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้องค์ความรู้ (Know-how) ด้านนวัตกรรม และยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานทีมวิจัยของบริษัทฯ นำความสำเร็จครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อพัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ ในอนาคตได้อีก เช่น เมลามีนที่มีลักษณะคล้ายกับดินเผา เป็นต้น

 

            เช่นเดียวกับ คุณปัญญาที่บอกกับเราว่า โครงการเมลามีนศิลาเป็นความร่วมมือที่ดี เพราะทุกฝ่ายต่างมีความต้องการที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ เหมือนกัน และได้พูดคุย หารือเพื่อปรับปรุง และพัฒนาสินค้าจนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

 

            “แม้โจทย์จะยาก แต่ทีมงานของเอสซีจี เคมิคอลส์ มีวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Open and Challenge ซึ่ง Open นั้นก็คือ เราต้องเปิดใจ อย่าคิดว่าทำไม่ได้ เราต้องพยายายามก่อนเสมอ และ Challenge คือ แม้จะเป็นเรื่องที่เราไม่เคยทำ เป็นสิ่งท้าทาย แต่เราต้องลอง” ซึ่งตรงกับศรีไทยฯ ที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เมลามีนใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

            “เรามีความเชื่อว่าจะสร้างประวัติศาสตร์เมลามีนของโลก เพื่อรักษาความเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรมนี้ของศรีไทย การผลิตเมลามีนต้องมีนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เราจะต้องพัฒนาต่อไปอีก ทำให้คนรู้สึกว่าเมลามีนมีอะไรใหม่ ๆ ทุกปี จนในที่สุดลูกค้าก็จะเฝ้ารอว่า ปีหน้าเราจะนำเสนอเมลามีนที่แปลกใหม่ออกมาอย่างไรบ้าง”

 

            นี่คือภารกิจสำคัญของ “ศรีไทยซุปเปอร์แวร์” ซึ่ง “เอสซีจี เคมิคอลส์” พร้อมยืนเคียงข้างเป็นคู่คิดร่วมพัฒนานวัตกรรมเมลามีนเพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเมลามีนโลกต่อไป

 

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง