Close
|
> SUSTAINABILITY > CIRCULAR ECONOMY กรุงเทพมหานครกับระบบเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน

CIRCULAR ECONOMY กรุงเทพมหานครกับระบบเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน

Publish On 05, Nov 2018 | CIRCULAR ECONOMY กรุงเทพมหานครกับระบบเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน

คำว่า Circular Economy อาจจะเป็นคำใหม่สำหรับประชาชนไทย หากแต่ความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือทำ หลาย ๆ โปรเจกต์ของทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม เช่น การรณรงค์แยกขยะ หรือความพยายามลดขยะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เหล่านี้คือนิยามที่เป็นรูปธรรมของคำนี้ และโครงการทั้งหลายกำลังถูกสานต่อขึ้นเป็นภาพขององค์รวมในระดับประเทศ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนที่เข้าใกล้ประชาชนและเห็นผลจริง

 

 

All Around Plastics มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนประเด็นนี้กับ คุณสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง อดีตรองปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านผังเมือง สิ่งแวดล้อมและการคลัง เล่าให้เราฟังถึงความสำคัญของ Circular Economy รวมถึงบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะผู้วางยุทธศาสตร์ของสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของสังคม ผ่านกลยุทธ์ของกรุงเทพมหานครและพันธมิตรด้านความร่วมมือจากภาคเอกชน

 

 

มุมมองของท่านต่อ Circular Economy

 

Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ในมุมมองของดิฉันที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมากว่า 30 ปี นับว่าเป็นแนวคิดที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้ทรัพยากร เนื่องจากทรัพยากรเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป และด้วยนวัตกรรมในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ นั่นทำให้ Circular Economy เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างความตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อส่งต่อให้กับรุ่นลูกหลานต่อไป

 

 

 

บทบาทของภาครัฐและกรุงเทพมหานครต่อนโยบาย circular economy

 

หน้าที่ของภาครัฐคือการออกข้อกำหนดหรือกฎหมายที่จะมารองรับการกำหนดแนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียนในเชิงเป็นรูปธรรม และมองเห็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในส่วนของกรุงเทพมหานครเองก็มีภารกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับ Circular Economy โดยมีแผนจัดการขยะเป็นทรัพยากร มีโครงการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน โดยนำหลักการ Circular Economy มาใช้ เริ่มตั้งแต่นโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ลดการใช้พลาสติกและโฟม โดยมีสำนักสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพหลัก หน่วยงานต่าง ๆ ก็ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรม

 

ตัวอย่างล่าสุดเช่น สำนักการแพทย์ สำนักอนามัยงดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วในการการจ่ายยาทุกครั้ง และเป็นหน้าที่ของของประชาชนเองที่จะต้องนำถุงผ้ามารับยาแทนการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งก็เป็นจุดหมายหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมให้กับภาคประชาชน นอกเหนือจากนี้ ทางกรุงเทพมหานครก็ได้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจประชาชนผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่าง ๆ การให้การศึกษาในสถานศึกษา และศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ เช่นศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและในสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นกระบวนการจัดการขยะว่าการคัดแยกขยะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  หรือศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมแบบรอบด้าน

 

จากผลการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวไป เกิดเห็นผลชัดเจนในปัจจุบัน นั่นคือการควบคุมปริมาณขยะให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง เปรียบเทียบกับเมื่อ 30 ปีที่แล้ว กรุงเทพมหานครมีอัตราการเพิ่มของขยะร้อยละ 10 ปัจจุบันอัตราการเพิ่มชะลอตัวเหลือประมาณร้อยละ 1 ต่อปี  ซึ่งต้องยอมรับในสถานการณ์ที่เมืองกำลังเติบโต มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้น การผลิตมากขึ้น ขยะจากแพคเกจจิ้งก็ตามมาด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปลูกฝังในเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งกับผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย

 

 

 

แต่ละภาคส่วนของสังคมสามารถมีส่วนร่วมกับ Circular Economy ได้อย่างไรบ้าง

 

เพราะ Circular Economy เป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคมตั้งแต่ต้นทางอย่างกระบวนการผลิตสินค้า การจำหน่ายจ่ายแจก ไปจนถึงปลายทางของผู้บริโภค และการจัดการของเสียที่เกิดขึ้น จึงเป็นบทบาทของประชาชนทุกคนมีความสำคัญที่จะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนครบทั้งระบบ เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนจากความสมดุลในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

เริ่มจากภาคการผลิต ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา ทั้งของเสียจากกระบวนการผลิตในการนำมาหมุนเวียนใช้ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนเป็นวัตถุดิบการผลิตใหม่ได้  ไปจนถึงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ และปริมาณที่สัมพันธ์กับราคาสินค้าที่จ่ายไป

 

ส่วนกลางทาง คือภาคธุรกิจซึ่งทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค จะต้องคำนึงถึงการรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เช่นบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุประเภทแก้ว  กระดาษ โลหะ หรือพลาสติก สามารถรวบรวมมาเป็นวัตุดิบการผลิตสินค้าใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์บางชนิดสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง เช่น ขวดแก้วของน้ำอัดลม สามารถใช้ซ้ำได้ถึง 16-18 ครั้ง นับว่าเป็นตัวอย่างของภาคธุรกิจที่เราพบเห็นมาตั้งแต่เดิม

 

ท้ายที่สุด คือปลายทางส่วนของผู้บริโภค จะต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคเอง รวมถึงการเรียนรู้ถึงการคัดแยกขยะเพื่อนำมาหมุนเวียนเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ครบวงจร

 

 

 

ฝากทิ้งท้ายถึงบทบาทของภาคธุรกิจ อย่างธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ในการผลักดันให้เกิด “ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

 

เอสซีจี มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกรุงเทพมหานครในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ภารกิจหลักจึงอยู่ที่การแสดงบทบาทในการรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน ทั้งในเรื่องการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะโดยคัดแยกขยะใช้ประโยชน์ที่แหล่งกำเนิดก่อนนำไปกำจัด เช่น การจัดกิจกรรมที่ประชาชนสามารถลงมือทำได้ทันที กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

 

ซึ่งเอสซีจีเองก็เป็นเครือข่ายสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ลงนามความร่วมมือโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายลดขยะพลาสติกร้อยละ 50 ในช่วงเวลา 10 ปี ในการร่วมกับภาคีเครือข่ายกำหนดกลยุทธ์การดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากเอสซีจีเป็นองค์กรที่ศักยภาพทั้งในแง่ของบุคลากร การบริหารจัดการ และมุมมองเชิงธุรกิจ เมื่อนำมาผนวกกับภาครัฐอย่างกรุงเทพมหานคร นับเป็นการเติมเต็มในการบรรลุเป้าหมายของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์เกิดผลเป็นรูปธรรมตอบเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

 

Circular Economy คืออะไร?

 

Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน คือแนวคิดของระบบเศรษฐกิจที่ต้องการหมุนเวียนเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจนครบเกิดเป็นวงจร ตั้งแต่ภาคการผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการของเสียด้วยกระบวนการใช้ซ้ำ (Reuse) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการผลิตใหม่ (Re-material) อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทั้งระบบเศรษฐกิจเอง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก นิตยสารการเงินการธนาคาร ฉบับเดือนกันยายน 2560 เขียนโดย ปางอุบล อำนวยสิทธิ์

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง